“ชรัส เฟื่องอารมย์” จากพนักงานแบ็งค์ชีวิตพลิกผันมาเป็นนักร้อง

“ชรัส เฟื่องอารมย์”ให้สัมภาษณ์ในรายการคุยแซ่บโชว์ (พี่แต๋ม)ชรัส เคยทำงานแบงก์ เป็นคนคีย์ฝาก-ถอน เงิน พอเสร็จก็ไปทำสายต่างประเทศต่อ อยู่แบงค์กรุงเทพฯ 14 ปี ตอนนั้นเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ก็ออกไปอยู่บริษัทเงินทุน มีอยู่ช่วงนึงที่มันแย่ที่สุดคือ ช่วงต้มยำกุ้ง ปี 35-40 ตอนนั้นแบงค์ล่มไปหมด ตอนนั้นทำงานไปด้วย ร้องเพลงไปด้วย”

มีวันหนึ่ง “คุณไพโรจน์ สังวริบุตร ก็ไปเจอเขา เขาไปซื้อต้นไม้ วันหนึ่งเขาก็บอกว่า เขาอยากมีเพลงในหนังเขา ผมบอกว่าผมแต่งเป็นนะ ก็มีโอกาสได้แต่งเพลง แต่ไม่ร้องเอง หลังจากนั้นระย้า รถไฟดนตรีไปดูหนัง เอ๋ก็เลยบอกว้าเพื่อนผมเองชรัส ก็เลยได้ร้องเพลงตั้งแต่ตอนนั้นมา”

ชรัสเป็นนักร้องนักแต่งเพลงที่เป็น ต้นแบบของศิลปินนักร้องนักแต่งเพลงร่วมสมัยอีกหลายๆคน ในช่วงแรกการนำเสนอผลงานเป็นการร่วมกันระหว่าง ชรัส และ แฟลช (วงของตุ่น — พนเทพ สุวรรณะบุณย์ โปรดิวเซอร์คู่หู) และศิลปินหลายท่าน อาทิ วิยะดา, กบ (ทรงสิทธิ์) ออกผลงาน ผีเสื้อ แมลงปอ ในสังกัดรถไฟดนตรี

ต่อมาออกผลงานกับ EMI โดยร่วมกับ ชลิต เฟื่องอารมย์ ในชุด ชรัส-ชลิต และคนแปลกหน้า ในปี 2528 ไนท์สปอตโปรดักชั่น ดึงตัวไปออกงานร่วมกับ มาลีวัลย์ เจมีน่า ชุด มาลีวัลย์และชรัส เป็นงานพ๊อพแจ๊ซ ชรัสกลับมาดังอีกครั้งเมื่อออกงานชุด ชรัสวันนี้ กับแกรมมี่ในปี 2529 เพลง ทั้งรู้ก็รัก แล้วจึงมาอยู่ ครีเอเทียอาร์ทติสท์ ในชุด เหงา เหงา ก็เอามาฝาก หลังจากนี้มีชุด ชรัส พักร้อน กับค่ายบายมี

ปัจจุบันคือวง ดึกดำบรรพ์ Boy Band

อ่านต่อ  จากไปแล้ว เสนาโค๊กหลังป่วยมาระยะหนึ่ง

จุดเริ่มต้น ทั้ง 3 คนมาพบกันตอนที่ม.รามคำแหง เปิดเป็นปีแรก นั่นหมายความว่าทั้ง 3 คนเป็นนักศึกษารุ่นแรก
ม.ราม ตอนนั้นเป็นที่รวมหลากหลายของเหล่าคนที่เอ็นท์ไม่ติด ทั้ง 3 คนไม่รู้จักกันมาก่อน ต่างก็มีเพื่อนๆ ในกลุ่มของตัวเอง ที่รวมตัวเวลาทานอาหารที่เท่ที่สุดในสมัยนั้นชื่อ “ศาลาอเมริกัน” ทั้ง 3 คนก็ไปทานที่นั่นประจำ ก็เห็นหน้ากันเป็นประจำ ด้วยความที่กลุ่มเพื่อนๆของทั้ง 3 เป็นพวกชอบฟังชอบเล่นดนตรีทั้งนั้น ไม่ใช่สายบู๊ แต่ละกลุ่มก็ค่อยๆ มาหลอมรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่


แต๋ม ตัวสูง ผมฟู เสียงดัง เพื่อนเยอะ กล้าแสดงออก ชอบโชว์ร้องเพลง
สิ่งที่ทำให้แต๋มโดดเด่นคือชอบแปลเพลงสากล(แปลแบบตรงๆ ทื่อๆ) แล้วมาร้องให้เพื่อนๆ ในกลุ่มฟัง ที่ว่าแปลตรงๆ ทื่อๆ ร้องทื่อๆ เช่น เพลง “Something” ของ Beatles เนื้อ Something in the way she moves = บางสิ่งบางอย่างที่เธอเคลื่อนที่

หรือ You asking me where my love grow = เธอถามฉันว่าทำไมรักจึงโต ที่สำคัญที่ก๊วนเพื่อนๆ ทุกคนจำได้ คือแต๋มแต่งเพลงเองตั้งแต่ตอนนั้น แต่ดันแต่งเป็นเพลงสากล ชื่อ”In the darkness of my life” ก็จะใช้ภาษาอังกฤษแบบซื่อๆ แปลได้ง่ายมากๆ แล้วเอามาร้องโชว์เพื่อนๆ

เวลาร้องเพลงนี้จะร้องได้โหยหวลมากๆ ไม่รู้ว่าเอาเรื่องจริงในชีวิตมาแต่งหรือเปล่า คนอื่นๆ ที่มาทานอาหารในศาลาอเมริกัน ก็จะได้ยินแต๋มร้องเพลงนี้บนโต๊ะอาหารบ่อยๆ เพื่อนๆส่วนใหญ่ก็จะร้องเพลงนี้กันได้ (to be continued)

ทั้งรู้ก็รัก

หลับตา

 

ที่มาจาก รายการคุยแซ่บโชว์
รูปภาพเพจ ดึกดำบรรพ์
เรียบเรียงโดยสุขเสมอ