ใช้งบทั้งหมด 250,000 บาท และทำพิธีเปิดในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 กลุ่มคนที่เรียกว่า”คณะราษฎร” ประกอบด้วย กลุ่มพลเรือน นำโดยหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ฝ่ายทหารนำโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) และหลวงสินธุสงครามชัย (สินธุ์ กมลนาวิน) ก่อการปฏิวัติยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เพื่อบังคับให้พระราชทานรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยมีคำเรียกเท่ๆว่า “การอภิวัฒน์สยาม”

ต่อมา จอมพล ป. พิบูลสงคราม หนึ่งในคณะราษฎรได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2481 จึงมีแนวคิดตามรอยสหรัฐที่มีอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพเป็นอนุสรณ์หลังจากได้เสรีภาพ ดังนั้นเมื่อไทยได้การปกครองระบอบประชาธิปไตยก็น่าจะสร้างอนุสาวรีย์ไว้เป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลัง ได้ระลึกถึงการได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยบ้าง

การก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จึงเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2482 โดยมอบให้กรมศิลปากร เป็นผู้รับผิดชอบ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล เป็นผู้ออกแบบอนุสาวรีย์ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี และสิทธิเดช แสงหิรัญ ลูกศิษย์ของอาจารย์ศิลป์ เป็นศิลปินผู้ปั้นอนุสาวรีย์และควบคุมการก่อสร้าง โดยบริษัท Christiani & Nielsen รับผิดชอบวางรากฐานโครงสร้าง แล้วเสร็จในวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ใช้งบประมาณทั้งหมด 250,000 บาท และทำพิธีเปิดในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483

สิ่งประกอบในอนุสาวรีย์แห่งนี้ล้วนแฝงความหมายไว้ทุกชิ้น เช่น ปีก 4 ด้าน สูงจากแท่นพื้น 24 เมตร มีรัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเกิดเหตุการณ์การปฏิวัติสยาม พานทูนฉบับรัฐธรรมนูญที่ตั้งอยู่บนยอดป้อม กลางตัวอนุสาวรีย์ สูง 3 เมตร หมายถึง เดือน 3 หรือ เดือนมิถุนายน (ขณะนั้นนับเมษายนเป็นเดือนแรกของปี) ตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และยังหมายถึง อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ (นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ)

อ่านต่อ  วงการนักเขียนเศร้า "ทมยันตี" ผู้เขียน "คู่กรรม" สิ้นแล้วในวัย 85 ปี

ปืนใหญ่จำนวน 75 กระบอก (ปากกระบอกปืนฝังลงดิน) โดยรอบฐานของอนุสาวรีย์ที่มีโซ่เหล็กร้อยไว้ หมายถึงปีที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เลข 75 เป็นเลขท้ายสองหลักของปี พ.ศ. 2475) ส่วนโซ่ที่ร้อยไว้ด้วยกันหมายถึงความสามัคคีพร้อมเพรียงของคณะปฏิวัติ ลายปั้นนูนที่ฐานครีบทั้ง 4 เน้นถึงเรื่องราวการดำเนินงานของคณะราษฎรตอนที่นัดหมายและแยกย้ายกันก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475

 

พระขรรค์ 6 เล่ม ที่รายล้อมรอบป้อมกลางตัวอนุสาวรีย์ หมายถึง หลัก 6 ประการของคณะราษฎรส่วนอ่างตรงฐานปีกทั้ง 4 ด้านเป็นรูปงูใหญ่ หมายถึง ปีที่เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นปีมะโรง หรือ ปีงูใหญ่วงเวียนบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ยังเป็นหลักกิโลเมตรที่ 0 ของทางหลวงแผ่นดินสายประธาน ตามคำกล่าวในพิธีเปิดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ว่าถนนสายต่างๆ ที่ออกจากกรุงเทพฯ ให้นับเริ่มจากอนุสาวรีย์นี้ ถนน 3 สาย ได้แก่ ถนนพหลโยธิน สุขุมวิท และเพชรเกษม

สถาปัตยกรรมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถูกวิจารณ์จากหลายฝ่าย บ้างก็ว่ามัวแต่เติมสัญลักษณ์ ใส่ความหมายตามตัวเลขเยอะเกินไปจนทำให้สัดส่วนความลงตัวผิดเพี้ยน อ่อนด้อยเรื่องความงามทางสุนทรียศาสตร์ ไม่สง่างามสมกับเป็นหมุดหมายแลนด์มาร์คของเมืองหลวง ไม่ทัดเทียมประเทศอื่นเอาเสียเลย

ถึงวันนี้เป็นเวลา 81 ปีแล้วที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเปิดใช้งาน ถูกใช้เครื่องมือแสดงออกทางการเมืองหลายครั้ง ถูกทำลาย ทำให้สกปรกเสียหายเป็นที่ระบายอารมณ์ก็หลายหน นับเป็นสถาปัตยกรรมของคณะราษฎร สุดแต่ฝ่ายไหนจะใช้เป็นเครื่องมือ แต่ที่แน่ๆอย่างน้อยก็เป็นสาธารณประโยชน์ให้รถยนต์ได้วิ่งวน ทำให้การจราจรคล่องตัวได้มากขึ้น

 

ขอบคุณที่มาที่มาจากเพจ 50+