อ้อน เกวลิน หายไปกว่า 10 ปี มีลูกชายแล้ว 2 คน

อ้อน เป็นนักร้องและนักแสดงหญิงชาวไทย เข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรกเมื่ออายุ 15 ปี จากการชนะการประกวดคอฟฟี่เมต สเตจ-ชาเลนท์ ประจำปี 1994 ภายหลังรับงานแสดงละครโทรทัศน์ ถ่ายแบบ และมีผลงานเพลงต่าง ๆ มากมาย โดยมีผลงานเพลงที่มีชื่อเสียงอย่างมากคือเพลง “รักเธอไม่มีวันหยุด” และเพลง “ใจบางๆ”

อดีตนางเอกดัง “อ้อน เกวลิน” กับปัจจุบัน หุ่นยังเฟิร์มเซ็กซี่แม้จะลูกสองก็ตาม
เธอเป็นอดีตนักแสดงสาว ที่มีความสามารถครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นนางแบบ นักแสดง หรือ นักร้อง เธอนั้นก็สามารถทำได้ดี อีกทั้งผลงานของเธอก็สร้างชื่อให้เธอกลายเป็นที่จดจำ สำหรับสาว “อ้อน เกวลิน” นางเอกหน้าฝรั่งในยุคก่อน ที่เคยฝากผลงานละครมาแล้วกว่า 30 เรื่อง ปัจจุบันนั้นเธอได้ผันตัวเองออกไปสู่เส้นทางอื่น จึงทิ้งเอาไว้เพียงผลงานดีๆ ไว้ให้ผู้ชมได้คิดถึง

จากการออกรายการ คุยแซ่บ Show อ้อนได้บอกว่า
อ้อน : “หลายคนก็จะบอกว่าหาย แต่จริงๆ ในใจอ้อนก็ไม่ได้หายนะ แต่ว่าแค่ไม่ได้รับละคร คนจะติดภาพเราเล่นละครบ่อย แล้วพออ้อนแบบไม่รับละครเลยก็เลยหายไป จบจากละครปุ๊บก็ไปเป็นนักร้องเต็มตัว แล้วหลังจากนั้นก็เดินสายทัวร์คอนเสิร์ต มีเพลง ก็กลายเป็นว่าภาพละครคือหายไปเลย”

ตอนเป็นนักร้องก็คือดังมาก?


อ้อน : “ค่อยๆ ดังมากกว่า ตอนนั้นอ้อนน่าจะเป็นนักร้องคนเดียวในประเทศไทยมั้งที่เพลงเดียว อัลบั้มเดียวทัวร์ไป 3 ปี”

ตอนนี้ลูก 2 คนแล้ว?
อ้อน : “อิคคิว 10 ขวบ ไอค่อนจะ 4 ขวบ”

ทำไมอายุมันห่างกัน?
อ้อน : “จริงๆ อิคคิวเป็นลูกของสามี ไม่ได้แต่งงาน เขามาแต่งงานกับอ้อน อ้อนเลี้ยงเขามาตั้งแต่แบเบาะ”

ตอนนั้นเรายังไม่ได้มีลูกแล้วต้องมาเลี้ยงเด็กรู้สึกยังไงบ้าง?


อ้อน : “เดิมทีอ้อนไม่ได้เป็นคนรักเด็ก เป็นคนเลือกที่จะทำงาน แล้วด้วยความที่เราทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วไม่เคยอุ้มหลานคนไหนในบ้านเลย แล้วเราก็ไม่ชอบเด็ก เวลาอ้อนทำงานอ้อนก็จะบอกว่าอ้อนไม่ชอบเด็กเลย แล้วต้องมาดูแลเขา มาอยู่กับเขา คำเดียวก็คือเรารักแฟนเรา แล้วรักทุกคนที่เกี่ยวข้อง”

คุณแม่ดุไหม?

อ่านต่อ  “เอ ทินพันธ์” หนุ่มผู้ครองใจ “แอน ทองประสม” มานานกว่า20 ปี


อิคคิว : “เป็นบางครั้งที่โมโห เพราะดื้อมากเกินไป”

กลัวไหมว่าจะเกิดความสับสนรักเด็กสองคนไม่เท่ากัน?
อ้อน : “เราพยายามให้เขารู้สึก คือซื้ออะไรก็จะมีทั้งสองอัน แล้วก็จะพยายามบอกเขาตลอดว่าที่ไปที่มาเป็นยังไง มันก็จะมีโมเมนต์ที่เขาจะไปคุยกับพ่อเขาจริงๆ ว่าแบบแม่ไม่ชอบเด็กเหรอ แม่ไม่รักเด็กใช่ไหม อิคคิวต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองใช่ไหม ต้องพัฒนาใช่ไหม คือเขาพยายามเข้าหาเราด้วย อ้อนก็พยายามที่จะปรับตัว”


“แล้วก็พยายามไม่แบกอะไร ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนประเภทเพอร์เฟคชั่นนิสต์ คือทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย แล้วจะมีโมเมนต์หนึ่งที่อ้อนแยกออกมาจากบ้านแม่อ้อน แต่ก่อนต้องบอกก่อนว่าอยู่กับแม่ อยู่กับน้องคืออ้อนเป็นครอบครัวใหญ่ แล้วพอตัดสินใจเอาเขามาเลี้ยงที่กรุงเทพฯ เขาเพิ่งมาจากเชียงราย เขาเพิ่งย้ายโรงเรียน

เพิ่งมาอยู่เมื่อ พฤษภาคม ที่ผ่านมา เลยกลายเป็นว่าครอบครัวอ้อนตอนนี้ต้องปรับเป็นการใหญ่ ก็คือเหมือนแยกออกมาแล้วมาสร้างครอบครัวกันเอง เขาก็เลยบอกว่าออกมาตรงนี้ เพราะอิคคิวใช่ไหม ต้องมาหาโรงเรียนนู้น นี่นั่น ก็กลายเป็นว่าปีนี้ของอ้อนปรับตัวเยอะมากและยุ่งมาก”

คุณก็รวยมาก แต่ก็ยังสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของเงิน?

อ้อน : “ใช่ คือ อ้อนมาจากการที่เราลำบากกว่าการที่เราจะได้เงิน แล้วพ่อแม่ก็ไม่ได้มีฐานะอะไร แล้วเราจำความลำบากของแม่ได้ บวกกับกว่าที่อ้อนจะมีวันนี้ได้ กว่าที่อ้อนจะได้ทำงาน กว่าที่อ้อนจะได้เก็บเงิน อ้อนก็มาจากไม่มีมาก่อน”

ที่อ้อนบอกว่าลำบากนี่ลำบากขนาดไหน?


อ้อน : “เคยมีเงินเหลือแค่ 400 บาทในชีวิต ตอนนั้นเราก็เข้าวงการแล้ว คือมันมีช่วงหนึ่งที่อ้อนไปทำธุรกิจส่วนตัว แล้วเรารอเงินที่มันจะเกิดขึ้น ช่วงเวลานั้นก็มีแค่นั้นจริงๆ กับสามี ก็เลยทำให้ความรักที่มีต่อสามี เรามองไม่เห็นเลยว่าเราจะทะเลาะกันได้วันไหน เรามองไม่เห็นเลยว่าเราจะมีวันเลิกกับเขา เพราะเราผ่านความลำบากมาด้วยกัน”

ย้อนไปสมัยตอนที่เราเด็กๆ เห็นว่าทานข้าวต้องทานจานเดียวกัน?


อ้อน : “คุณแม่เล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนแม่เลี้ยงลูกมาทุกคน อ้อนเป็นพี่คนโตแล้วมีน้องสาวอีก 2 คน ก็เลยรู้เลยว่าแม่กว่าจะเลี้ยงเราลำบากมาก เขาบอกว่าเขาล่ามโซ่ขาลูกเอาไว้แล้วเขาก็ทำงาน ต้องรอพ่อกลับมาก่อนที่จะได้กินข้าวจานเดียวกัน

 

หมายความว่าแม่ไม่สามารถเหลือเงินที่จะซื้อข้าวได้อีกจาน ต้องรอกินพร้อมพ่อ แล้วเงินที่เหลือก็เป็นค่านมให้อ้อนกับน้องสาว เราเห็นความยากลำบากของแม่

พอโตขึ้นมาหน่อยบ้านเราอยากจะกินหมอนทอง แม่ก็เล่าให้ฟังว่า ต้องไปกู้เขาลูก กู้เงินเพื่อได้กินหมอนทองกันทั้งบ้าน แล้วพวกเราก็นั่งล้อมวง ตั้งหน้า ตั้งตาเพื่อจะได้กินของอร่อย”

 

การให้สัมภาษณ์ส่วนหนึ่ง จากการออกรายการ คุยแซ่บ Show
เรียบเรียงโดย สุขเสมอ