ผุสชา โทณะวณิก พิธีกร นักร้องมากความสามารถ

ชีวิตนี้ผ่านการทำงานมาหลายด้านไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง และเป็นพิธีกรที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จัก ผลงานการร้องเพลงของเธอ มีถึง 4 อัลบั้ม และเธอยัง ยังเป็นจิตอาสาร้องเพลงเพื่อเด็กและศาสนาให้แก่เสถียรธรรมสถานและสถาบันวิมุตตยาลัย

และเธอก็เป็นวิทยากร ถ่ายทอดทักษะความรู้ด้านการพูด ให้กับคนรุ่นใหม่ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหญิงเก่งของวงการบันเทิง สำหรับ “ตุ้ม ผุสชา โทณะวณิก”

เธอได้พูดถึงเรื่องราวชีวิต ในเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงว่า สมัยยังเป็นเด็กเป็นคนที่ชอบร้องเพลง ด้วยความที่แม่ชอบร้องเพลง พ่อชอบฟังเพลง พี่ๆ ก็ร้องรำทำเพลงกันหมดทั้ง 4 คน เหมือนเป็นการปลูกฝังกันมา

ด้วยคุณพ่อก็ชอบจึงส่งเสริมด้วยการให้ไปเรียนเปียโน เรียนขับร้องเพลงกับโรงเรียนดนตรีวาทินี ซึ่งทำให้ได้เป็นนักร้องประจำวง ต่อมาเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนด้านโทรทัศน์ จึงได้พบกับพี่แต๋มชรัส พี่แต๋มได้ชักชวนให้อัดเพลงออกอัลบั้ม

“เมื่อเรารู้ว่าชอบอะไร เราจะมีทิศทาง ไม่สะเปะสะปะ แล้วเมื่อรู้ว่าตัวเองชอบร้องเพลงเมื่อใจอยากจะร้อง ฉะนั้นจึงไม่ได้ยึดอาชีพนักร้อง

แต่ยึดอาชีพทำโทรทัศน์อย่างที่เรียนมา และเอาความชอบร้องเพลงมาทำรายการทีวี ทำรายการคอนเสิร์ตคอนเทสต์ ทำรายการจันทร์กระพริบ

เรารู้ว่าการทำงานทุกอย่างมีความเหนื่อย และอาจจะท้อรู้สึกลำบาก แต่ถ้าเราไม่รักมัน เราจะไม่ทน เราจะบอกตัวเองเหนื่อยแค่ไหนก็สนุกดี



ซึ่งที่ผ่านมาทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เขียนบท แต่งหน้าทำผมให้คนอื่น แต่งตัว หาอุปกรณ์ประกอบฉาก บรีฟแขกรับเชิญ หาข้อมูล รวมถึงเป็นพิธีกรเอง”

 

และเธอก็ยังเล่าอีกว่า การได้เข้ามาทำพิธีกรโดยบังเอิญนี่เองมันเป็นเหมือนตัวแทน ด้วยความที่คนที่รายการเค้ามาสายจึงต้องมาทำแทน ทำมาเรื่อยๆ เพราะรู้สึกอิน สนุก คนดูก็สนุก ด้วยความที่เป็นคนเบื้องหลังก็จะรู้ว่าคนเบื้องหน้าต้องการอะไร

 

“สิ่งที่ตนเองเบื่อตอนนั้นคือถูกต่อว่าเรื่องใบหน้าที่มันกลม จะทำอย่างไรให้หน้าไม่กลม ทุกคนจะมีปัญหากับรูปร่างหน้าตาของเราไปหมf ให้ไปตัดผม ตีฟู แต่งตัวอลังการ ใส่รองเท้า ใส่สร้อยเต็มตัวออกไปทำรายการ มันไม่เป็นตัวเอง แต่ในที่สุดพอทำไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่ได้ออกเสียที เราก็ทำใจกับเสียงติชม



ซึ่งเราก็มาคิดดูคนว่าเราไม่สวย ตัวใหญ่ พูดแต่รูปร่างหน้าตา แต่ไม่ได้พูดว่าเราทำงานไม่ดีนะ เราก็แค่ไปแก้ภายนอกรูปร่างหน้าตาเรา” ถามว่าที่ผ่านมาทำงานในวงการบันเทิงมาหมดทุกอย่างชอบทำอะไรมากที่สุด

 

“ตุ้ม-ผุสชา” ตอบว่า ชอบทุกอย่างที่ได้ทำ เพราะทำให้มีความสุขงานแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ชอบมากที่สุดนั่นคือ การทำเบื้องหลังรายการทีวี “การที่จะทำรายการทีวี อย่างแรกเราต้องคิดให้แตกต่างจากคนอื่น หากทำเหมือนคนอื่นก็เท่ากัน คิดแล้วทำให้สุด เก็บรายละเอียดให้ครบถ้วน เด็ดยอดเอาสิ่งที่จำเป็นที่ดีที่สุดมาออก

อ่านต่อ  "เมี่ยง อติมา" อดีตนางเอกดาวพระศุกร์ 2545 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ยังสวย

เนื่องจากรายการทีวีแต่ละรายการมีเวลาน้อย เสนอหมดก็เหมือนบุพเฟ่ต์ หากเราเอาแต่ยอดมาคนดูก็จะรับได้ มีอะไรให้จำให้เขาเห็น และต้องทำแบบสู้ไม่ถอย รายละเอียดต้องเต็มที่กับมัน

บอกตัวเองว่าฉันทำงานนี้เต็มที่ที่สุด อย่าดูถูกคนดู คนดูมีทุกสิ่งทุกอย่างให้ดู คนดูให้โอกาสให้เวลามานั่งดูเรา เราต้องทำให้ดีที่สุด”



ส่วนเคล็ดลับการใช้เสียง พิธีกรคนเก่ง บอกว่า จะต้องไม่ทำลายเสียง ไม่ดื่ม ไม่สูบ อย่าตะโกน พูดให้พอดี เพราะจะกระทบเส้นเสียง และต้องใช้เสียงให้ถูกต้อง เปิดคอให้เป็น ต้องพูดด้วยเสียงชัดเจน จะแหบก็ต้องชัดเจน ความเร็วก็ต้องพอดี

นอกจากทำงานในวงการบันเทิงแล้ว นักร้องเสียงคุณภาพอย่างเธอยังได้เปิดโรงเรียนสอนดนตรีอีก ชื่อ โรงเรียนดนตรีและศิลปะผุสชา Middle – C ที่บ้านย่านลาดพร้าว 64 มากว่า 20 ปีแล้ว  โดยส่วนใหญ่จะเน้นสอนผู้สูงวัยหรือคนทำงาน อายุตั้งแต่ 40-70 ปี  นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนาตัวเอง ซึ่งจะเน้นการสอนสบายๆ ห้องเล็กๆ คนเรียนไม่เกิน 10 คนต่อคลาส

เธอจะสอนด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด และในอีกด้านของเธอยังทำเรื่องในการเป็นจิตอาสาทำวงดนตรีไปเล่นให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ให้ผู้ป่วยได้ฟังเพื่อผ่อนคลายจากความเครียดและอาการเจ็บปวดเมื่อต้องมาหาคุณหมอ



 

จากการทำงานจิตอาสา ให้กับเสถียรธรรมสถาน และก็ทำต่อมาเรื่อยๆ แล้วพอมีเครือข่าย แฟนคลับ อยากเล่นดนตรีก็สอนให้ จนในที่สุดเราก็ตั้งเป็นวงดนตรี 15-40 คน

โดยมีจิตอาสาสูงวัยไปร้องเพลงตามโรงพยาบาลต่างๆ เรามีความสุขมากเวลาร้องเพลง และเห็นผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย คุณหมอพยาบาลยิ้มเรามีความสุข ที่ผ่านมาเราทำงานที่จะหาเงิน วันหนึ่งเรามีบ้างแล้ว อยากทำให้สิ่งที่เรามีสร้างความสุข ทุกคนที่ไปจะมีความสุขมาก”

 

เรียบเรียงโดยสุขเสมอ