ย้อน21ภาพวันวาน ดาราสาวรุ่นเก๋าในอดีต

รวมภาพอดีตดาราสาวสมัยยังเอาะๆ ที่หลายๆคนอาจจะลืมไปแล้ว มาลองเทียบกับภาพปัจจุบันของนักแสดงรุ่นเก๋า ที่อายุแต่ละท่านไม่ต่ำกว่า 60 ปีแล้ว ว่ายังจำกันได้หรือเปล่า และเปลี่ยนไปขนาไหนบ้าง

เกศริน ปัทมวรรณ ดาราลูกครึ่งไทยยุคแรกๆแสดงหนังอยู่ในช่วง 2501-2505 ทำให้หลายท่านไม่เคยเห็นหน้า เรื่องที่สร้างชื่อให้เธอ คือ กัลปังหา 2505 เล่นคู่กับ ชนะ ศรีอุบล , วนาลี 2502 , ทัศดาวบุศยา 2503 เป็นนางเอกรุ่นๆ เดียว กับคุณ อมรา ไม่มีภาพปัจจุบันค่ะเจอเมื่อไหร่นำมาแปะเพิ่มทัน

หนังเรื่องแรก เอื้อมเดือน (2506) คู่กับมิตร ชัยบัญชา ซึ่งในหนังเรื่องนี้มีดาราหญิงหน้าใหม่อีกคนคือ โสภา สถาพร-หลังจาก เอื้อมเดือน เธอได้เข้าร่วมประกวดนางงามราชบุรี และได้ตำแหน่งชนะเลิศในปี 2506-หนังเรื่องสุดท้ายคือ เดือนร้าว (2508)-หนังเรื่องอื่นๆของเอื้อมเดือน เช่น เพลิงทระนง (2506), รอยร้าว (2508), ลมกรด (2509), ชุมทางเขาชุมทอง (2508), มังกรคะนอง (2507)

มิตร ชัยบัญชา ได้พบรักใหม่กับ ศศิธร เพชรรุ่ง ภรรยาคนที่สาม ซึ่ง มิตร ได้ไปหาพ่อแม่ของ ศศิธร และสร้างบ้านให้ที่ จังหวัดนครนายก ในสมันนั้น เคยประกวดนางงามได้เป็นนางงามนครนายก , ขวัญใจ น.ส.พ. และ เคยเป็น 1 ใน 15 ของการประกวดนางสาวไทย และเคยใด้แสดงเป็นนางเอกหนัง เรื่องเป็ดน้อย(2511) แต่เมื่อไปทดสอบหน้ากล้องแล้ว กลับไม่ผ่าน ทำให้ ศศิธร รู้สึกไม่ดีเอามากๆ จึงไปอยู่วัด 3 เดือน ที่ขาวัง เพชรบุรี และได้กลับเข้าสู่วงการอีกครั้ง เป็นการชวนของ อมรา อัศวนนท์ โดยได้แสดงละครโทรทัศน์ ประจำของ คณะอมรามาน ที่ อมรา เป็นผู้จัดฯ ภายหลัง ศศิธร เพชรรุ่ง ก็ได้เดินทางไปใช่ชีวิตที่สหรัฐอเมริกา

เมตตา รุ่งรัตน์ มีชื่อจริง ดาราวดี ดวงดารา ช่วงแรกๆ ประชันบทกับ อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา และ ชนะ ศรีอุบล ใน จอมใจเวียงฟ้า (2505 ) เมื่อได้รับรางวัลตุ๊กตาทองดารานำหญิงจาก วัยรุ่นวัยคะนอง ในปีนั้น ได้แสดงนำคู่กับ สมบัติ เมทะนี เรื่อง น้ำตาลไม่หวาน (2506 ) ,สามมงกุฏ (2508 ) ก่อนเริ่มเปลี่ยนมารับบทหลากหลายมากขึ้น

บนจอเงิน ส่วนใหญ่มักได้รับบทเด็กสาวเปรี้ยวจอมแก่น เพื่อนหรือผู้ช่วยนางเอก นางอิจฉา ตั้งแต่ยุคทองของภาพยนตร์ไทย 16 มม.จนถึงยุคแรกของภาพยนตร์ไทย 35 มม.สโคป สี/เสียงในฟิล์ม มีผลงานการแสดงที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เช่น ผู้ชนะสิบทิศ (2509-2510) กำกับโดย ครูเนรมิต แสดงฝีมือรำดาบกับประลองฝีมือกับคู่ต่อสู้อย่างสวยงามมีชั้นเชิง และต้องแสดงอารมณ์หลายแบบตลอดสามภาค โดยเฉพาะบทเศร้าสะเทือนใจในตอนจบ

เข้าสู่วงการบันเทิงอายุ 6 ขวบ นำแสดงร่วมกับ สมพงษ์ พงษ์มิตร ใน ตุ๊กตาจ๋า (2494)[3] เป็นเรื่องแรกของ รัตน์ เปสตันยี ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และรับบทนางเอกครั้งแรก คู่กับ อดุลย์ ดุลยรัตน์ ใน ม่านไข่มุก (2504) ในปีต่อมานำแสดงคู่กับ ชนะ ศรีอุบล ใน จอมใจเวียงฟ้า, มิตร ชัยบัญชา ใน โจรแพรแดง และบท “อุ่นเรือน” ใน นางทาษ (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลตุ๊กตาทองประจำปี พ.ศ. 2506)

ปลายช่วงทศวรรษ 2500-2510 เป็นหนึ่งในกลุ่มนักร้องชื่อดังแห่งยุค คณะสามศักดิ์ (สักรินทร์ ปุญญฤทธิ์, มีศักดิ์ นาครัตน์ และ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา) ที่มีรายการประจำภาคค่ำออกอากาศทางทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เคยแสดงบันทึกแผ่นเสียงหลายอัลบั้ม รับงานแสดงหลากหลายบท เป็นนางแบบปกนิตยสาร แฟชั่นโชว์และโฆษณา

โฉมฉายเข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรกเมื่ออายุได้เพียง 6 ขวบ เป็นนักร้องอยู่ที่คณะดนตรีของจำรัส วิภาตะวัต กระทั่งปี 2508 ชนะเลิศการประกวดร้องเพลงในรายการของรัก รักพงษ์ จึงเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา ใช้ชื่อในการแสดงว่า “อัญชุลี ฉัตรวิไล” และได้แสดงละครเวที ละครโทรทัศน์ทางช่อง 4 บางขุนพรหม และละครวิทยุ (คณะแก้วฟ้า) ต่อมาได้แสดงภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน ยังมีผลงานในวงการบันเทิง ทั้งละครเวที เป็นต้นว่า เรื่อง ทวิภพ และบัลลังก์เมฆ ตลอดจนละครโทรทัศน์ บทบาทที่โดดเด่นล่าสุด คือ มารดาของลูก ๆ สามคนในซิตคอมของซีเนริโอเรื่อง บ้านนี้มีรัก

เจ้าของฉายา ไข่มุกแห่งเอเชีย จากการแสดงนำในภาพยนตร์ฮ่องกงหลายเรื่องของชอว์ บราเดอร์ เรื่อง Duel of Fists ผลงานกำกับของ จางเชอะ ซึ่งมี ตี้หลุง และ เดวิด เจียง แสดงนำ เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย ประมาณปี ค.ศ.1971 เกี่ยวกับศิลปะแม่ไม้มวยไทย ซึ่งนับเป็นหนังต่างประเทศเรื่องแรกๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับมวยไทย

ปี ค.ศ. 1971 แสดงนำใน The King Boxer (Xiao quan wang)[5] ประกบนักแสดงกังฟูชื่อดัง เมิ่งเฟย และดาราชาวญี่ปุ่น ยะซุอะกิ คุระตะ รวมถึง นาท ภูวนัย ฉายในเมืองไทยชื่อ “หมัดสังหาร” หลังจากนั้นได้แสดงนำในหนังฮ่องกงแนวกังฟู The Bloody Fight (Xue dou) [6] ในปี ค.ศ. 1972 และ Shi hou[7] ซึ่งเป็นภาคต่อของ The Bloody Fight ในปีเดียวกัน

 

เยาวเรศได้รับตำแหน่งรองอันดับหนึ่งนางงามสไบทิพย์ งานแสดงสินค้าไทย แสดงหนังเรื่องแรกชื่อมัตติกาแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะทำรายได้ไม่มากแต่ก็แจ้งเกิดให้เยาวเรศได้อย่างสวยงาม บทบาทเด่นๆเช่นดารานำแสดงภาพยนตร์คู่กับดาราตุ๊กตาทอง ทักษิณ แจ่มผล ใน จ้าวแผ่นดิน (2511) ,คู่กับ มิตร ชัยบัญชา , เพชรา เชาวราษฎร์ ใน พระลอ ตลอดจนบทสมทบเด่น ๆ อีกจำนวนมาก เช่น นางสาวโพระดก (2507) ,เพชรตัดเพชร (2509) , อีแตน (2511) ,แม่นาคพระนคร (2513) และ แหวนทองเหลือง (2516)

พิศมัยเริ่มแสดงละครเรื่อง ราชาธิราช ขณะนั้นอายุ 10 ปี แสดงเป็นตัวทหารยืนเสาธรรมดา ที่โรงละครเก่าติดกับกำแพงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาได้เป็นดาราประจำโรงเรียนนาฏศิลป พิศมัยได้แสดงเป็นนางเอกละคร เรื่อง แว่นแก้ว ในขุนช้างขุนแผน ตอนพลายเพชรพลายบัวออกศึก ในปีต่อมาได้แสดงเป็นพระเอกโดยแสดงเป็นพระสังข์ ตอนหาปลา หลังจากนั้นเริ่มมีชื่อในการรำฉุยฉายพราหมณ์เป็นที่ขึ้นชื่อ

มยุราเป็นนางเอกภาพยนตร์โดยการชักนำของพร้อมสิน สีบุญเรือง (พันคำ) โดยครั้งแรกพันคำตั้งใจจะสร้างภาพยนตร์เรื่อง “ทิวาหวาม” ให้ นัยนา ชีวานันท์ รับบทนางเอก แต่ทางต้นสังกัดคือ ละโว้ภาพยนตร์ ไม่ยอมปล่อยตัวนัยนามารับบท พันคำจึงเลือกมยุรามารับบทนี้แทน พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า “วันวิสาข์” ตามชื่อนางเอกในเรื่อง แต่ในที่สุด ละโว้ภาพยนตร์ได้ยอมให้นัยนามารับบทนำในที่สุด มยุราจึงพลาดบทวันวิสาข์ไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน ดอกดิน กัญญามาลย์ ได้ติดต่อให้มยุรามารับบทนางเอกภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “แหม่มจ๋า” และได้ตั้งชื่อในวงการให้ว่า “มยุรา ธนะบุตร” ภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในภาพยนตร์จากหลายเรื่องของดอกดินที่ทำรายได้สูงเกินหนึ่งล้านบาท หรือที่มักเรียกกันว่า “ล้านแล้วจ้า” จึงถือได้ว่ามยุราประสบความสำเร็จอย่างมากในการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก

อ่านต่อ  10 เน็ตไอดอลขวัญใจเว็บบอร์ดในตำนาน ใครเกิดทันน่าจะจำกันได้

เริ่มการแสดงเรื่องแรกในภาพยนตร์ ละครเร่ ของอัศวินภาพยนตร์ บทพระนิพนธ์และกำกับโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล เมื่อ พ.ศ. 2512 (หม่อมปริม บุนนาค เป็นผู้ฝึกการแสดง)  ในปี พ.ศ. 2512 ตามด้วยบทนักแสดงสมทบจาก เรื่อง โทน จากการกำกับของเปี๊ยก โปสเตอร์ ในปี พ.ศ. 2513สมรสกับโกวิท โชติรส ข้าราชการกรมศุลกากร  เมื่อ พ.ศ. 2513 มีบุตรสาวคนเดียวคือ ลลิตา ปัญโญภาส

กิ่งดาว ดาราณี ผลงานทางการแสดงของเธอในหนังเรื่องแรกคือ ตุ๊กตาพเนจร ในปี 2505 โดยเธอนั้นเป็นนางรองที่มีชื่อเสียงของวงการหนังและเป็นนางเอกที่มีผลงานการแสดงเยอะ ก่อนก้าวมาเป็นนางเอกชื่อดังวงการละครโทรทัศน์ ด้านชีวิตส่วนตัวและชีวิตรัก เพื่อนพ้องในวงการยุคนั้นก็พอจะทราบกันบ้างว่า กิ่งดาวคบหาดูใจกับพระเอกชื่อดังที่สุดของยุค มิตร ชัยบัญชา โดยใช้ชีวิตคู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา ช่วงปี 2506 – 2512 ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะสักเท่าไร เพราะยุคนั้นการที่พระเอก – นางเอก มีคู่จะไม่ได้รับความนิยม แต่คนในวงการบันเทิงก็ทราบกันดี

เพชรา เชาวราษฎร์ เธอได้รับการชักชวนจากศิริ ศิริจินดา และดอกดิน กัญญามาลย์ ให้แสดงภาพยนตร์เรื่อง บันทึกรักของพิมพ์ฉวี เมื่อ พ.ศ. 2505 เป็นเรื่องแรก ขณะอายุ 19 ปี แสดงคู่กับ มิตร ชัยบัญชา โดยดอกดิน กัญญามาลย์ เป็นผู้ตั้งชื่อว่า “เพชรา เชาวราษฎร์” โดยให้เหตุผลว่าปัทมาชื่อเก่านั้นเรียบไป ส่วนเจน จำรัสศิลป์ได้ตั้งฉายาให้ว่า “นางเอกสาวนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง”

เพชรา เชาวราษฎร์ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากภาพยนตร์เรื่องที่สอง เรื่อง ดอกแก้ว ตามด้วย หนึ่งในทรวง, อ้อมอกสวรรค์ และได้แสดงคู่กับมิตร ชัยบัญชา รับบทคู่รักในภาพยนตร์อีกหลายเรื่องจนเป็นที่ชื่นชอบของแฟนภาพยนตร์ เรียกว่า คู่ขวัญ มิตร-เพชรา ที่มีชื่อเสียงสูงสุดช่วงปี พ.ศ. 2506-2507 ในยุคที่เธอโด่งดังมาก ๆ แต่ละเดือนมีคิวถ่ายหนังประมาณ 12-18 เรื่อง

อรสาเข้าสู่วางการภาพยนตร์ ในการช้กชวนของ สนั่น นาคสู่สุข แสดงเรื่อง 7 ดอกจิก (2518) ประกบกับ 7 พระเอก นำโดย กรุง ศรีวิไล และ ไพโรจน์ ใจสิงห์ แต่กว่าจะฉาย เธอก็มีผลงานออกมาก่อนแล้วคือ 2 ชาติสมิง (2516) และ รัญจวนจิต (2516) จากนั้นมีผลงานเรื่อง เผ็ด (2518), เศรษฐีรัก (2518), 5 แผ่นดินเพลิง (2518), จักรวาลยอดรัก (2519), แม่นาคบุกโตเกียว (2519), อย่าลืมฉัน (2520), ร้ายก็รัก (2522), บัวสีน้ำเงิน (2523) และ รักนี้บริสุทธิ์ (2524) ฯลฯ เธอได้แสดงละครอีกหลายเรื่อง มีผลงานที่ได้รับรางวัลเมขลาสาขานักแสดงสนับสนุนหญิงดีเด่น ใน พ.ศ. 2526 จากละครเรื่อง อีแตน

สุดา ชื่นบาน เริ่มแววทางการแสดงตั้งแต่วัยเด็ก ได้ฝึกนาฏศิลป์และเข้าประกวดรำไทย ในรายการ “แมวมองทางวิทยุ ท.ท.ท.” จัดโดย สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ราว พ.ศ. 2498 ทำให้มีโอกาสได้แสดงละครรำเป็นประจำทางทีวีช่อง 4 ยุคเริ่มแรก จบการศึกษาจากโรงเรียนสตรีสันติราษฎร์บำรุง รุ่น พ.ศ. 2505 เป็นนักร้องของวงดนตรีช้างแดง (คู่ประชัน วงดนตรีพยงค์ มุกดา บนเวทีภาพยนตร์ไทยรอบปฐมทัศน์สมัยก่อน)  มีทายาท คือ พัชริดา วัฒนา อดีตนักร้องวัยรุ่นวงสาว สาว สาว และ นภัสสร บุรณศิริ นักร้องและดีเจ

สุดา ชื่นบาน ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) ประจำปีพุทธศักราช 2563

อมรา อัศวนนท์ ร่วมประกวดนางสาวไทยเมื่อ พ.ศ. 2496 ขณะอายุ 16 ปี ได้ตำแหน่งรองอันดับสาม  และเป็นผู้แทนประเทศไทยเดินทางไปประกวดนางงามจักรวาล 1954 ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา นับเป็นสาวไทยคนแรกที่เข้าร่วมประกวดนางงามจักรวาลและได้ปรากฏตัวในภาพยนตร์เพื่อประชาสัมพันธ์งานเรื่อง Beautiful Girl of the World ซึ่งมี โทนี่ เคอร์ติส เป็นพิธีกร

บุษกร สาครรัตน์ เมื่อปี 2507 ได้ลงประกวดอัศวเทวีที่ราชตฤณมัยสมาคม ตำแหน่งรองอันดับ 1
-ได้เข้ามาในวงการ เมื่อ “สนั่น นาคสู่สุข”ชักชวนให้ไปเล่นหนัง โดยเล่นเริ่มแสดงเรื่องแรกคือ 9 มหากาฬ ปี 2507 มี ไชยา/มิตร/เพชรา เป็นพระเอก-นางเอกส.อาสนจินดา จึงตั้งชื่อให้ใหม่เป็น บุษกร สาครรัตน์-ก่อนที่จะมาแสดงหนัง เคยใฝ่ฝันว่าอยากมีอาชีพเป็นพยาบาล
-เรื่องที่ชอบมากที่สุด และทำชื่อเสียงให้มากที่สุด ได้แก่ นกน้อย(2507) แสงเทียน (2509) ไทรโศก(2510) และดาวรุ่ง(2512)

อรัญญา นามวงศ์ เรื่องที่สร้างชื่อเสียงโดดเด่นสูงสุดของยุคนั้น คือ โทน พ.ศ. 2513 กำกับโดย เปี๊ยก โปสเตอร์ แสดงคู่กับ ไชยา สุริยัน ซึ่งกล่าวได้ว่าอื้อฉาวมากในสมัยนั้นเพราะเป็นนางเอกคนแรกของวงการภาพยนตร์ไทยที่มีฉากสื่อเป็นนัยว่าต้องตกเป็นของผู้ร้าย (สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์) จากการกล้าตัดสินใจเสี่ยงรับแสดงบทที่ไม่เคยมีนางเอกหนังไทยทำมาก่อน ส่งผลให้ทั้งภาพยนตร์และดาราเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วเมืองไทย ขณะที่ผู้ชมคอหนังไทยไม่อาจยอมรับได้อย่างเต็มใจนัก

เข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 5 ขวบจากการเป็นนักแสดง พากย์ภาพยนตร์ครั้งแรกจากภาพยนตร์เรื่อง “เข็ดจริงๆให้ดิ้นตาย” ซึ่งให้เสียงพากย์เป็นขอใจ ฤทัยประชา พออายุได้ 21 ปีจึงหันมาพากย์หนังอย่างจริงจัง และรับหน้าที่พากย์เสียงให้นักแสดงชื่อดังของไทยหลายท่าน เช่น จารุณี สุขสวัสดิ์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, จินตหรา สุขพัฒน์, มยุรา เศวตศิลา, ญาณี จงวิสุทธิ์, ไปรมา รัชตะ และได้รับรางวัลจากการพากย์เสียงจากรางวัลพระสุรัสวดี นักพากย์ยอดเยี่ยม กับภาพยนตร์เรื่องรักพยาบาท โดยพากย์เป็นเสียงของคุณเพ็ญพักตร์ ศิริกุล คุณดวงดาว พากย์ซีรีส์เกาหลีทุกเรื่อง บางเรื่อง พากย์ นางเอก นางรอง นางร้าย คุณย่าของพระเอก โดยมีการพากย์ที่โดดเด่นที่สุด คือการพากย์เสียงของ เอเย่นต์ดานา สกัลลีย์ ที่เล่นโดย จิลเลียน แอนเดอร์สัน ในซีรีส์ชุด The X-Files ที่ฉายทางช่อง 7 สี

โขมพัสตร์ อรรถยาดาราชื่อดังในหนังไทยมีผลงานแสดงมากมายเริ่มเรื่องแรกด้วย ความรักเจ้าขา (2512)มีมิตร-เพชรา เป็นพระเอก-นางเอกนามสกุลจริงคือ อรรถจินดาคุณพ่อของเธอเป็นนายตำรวจนักประพันธ์ชื่อดังและเพื่อไม่ให้เกิดการเสื่อมเสียของชื่อสกุล จึงเปลี่ยนมาใช้ อรรถยา แทนในการแสดง
ครั้งหนึ่ง โขมพัสตร์ ตือคู่ชีวิตของดาราชายรูปหล่อชื่อดังในยุคนั้น..นิรุตติ์ ศิริจรรยา

กนกวรรณ ด่านอุดม แสดงละครเรื่องแรกทางช่อง 4 เรื่อง หนามยอกเอาหนามบ่ง ร่วมกับบุษรา นฤมิตร และ กำธร สุวรรณปิยะศิริ ต่อด้วย ขุนศึกมหาราช ซึ่งสร้างชื่อเสียงในบทต้อยติ่ง เด็กสาวจอมแก่นชอบเตะต่อยเหมือนผู้ชาย จนได้รับฉายาว่าอีหน้างอกหน้ากระดาน และทำให้ผู้ชมติดภาพของเธอในฐานะนางเอกจอมแก่น นอกจากนี้เธอยังได้ร้องเพลงที่ชื่อว่าต้อยติ่งคู่กับกำธรด้วย จากนั้นพลิกบทบาทเป็นคนเรียบร้อยในเรื่องแม่ศรีเรือน, น้ำผึ้งขม คู่กับสะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ และยังเคยเป็นนางเอกคู่ขวัญกับพิศาล อัครเศรณีในเรื่อง แววมยุรา, ละอองดาว เป็นต้น เธอยังมีผลงานละครอื่นๆ ตามมาหลายเรื่องทางช่อง 4 ช่อง 5 และช่อง 9 ได้แก่ พันท้ายนรสิงห์, เปาบุ้นจิ้น, น้ำเซาะทราย

 

ที่มาจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เรียบเรียงดดยสุขเสมอ