ย้อนอดีตพระธาตุพนม 2506

พ.ศ. 2506 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระธาตุพนมเป็นพระธาตุโบราณในดินแดนลุ่มแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค เพราะเป็นที่ประดิษฐานของพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนอกของพระพุทธเจ้า

หลักฐานในตำนานอุรังคธาตุอ้างว่าเป็นพระธาตุสร้างขึ้นตามพุทธทำนาย โดยหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระมหากัสสปะก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุมายังดินแดนนี้ โดยเจ้าเมืองทั้ง 5 ตามตำนานร่วมกันสร้างพระธาตุขึ้น

รูปแบบดั้งเดิมของพระธาตุพนมน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะจาม สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 15 เมื่อถึงสมัยล้านช้างจึงมีการก่อเจดีย์ทรงระฆังเหลี่ยมทับเรือนธาตุที่มีมาแต่เดิม ได้รับการบูรณะหลายครั้ง เช่น ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช รวมถึงสมัยเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก

ตามตำนานระบุว่าโบราณวัตถุรอบองค์พระธาตุพนมเป็นของที่มีมาแต่ครั้งสมัยศรีโคตบูรถึงล้านช้างและสมัยอยุธยา โดยเฉพาะสมัยศรีโคตบูรนั้นได้แก่ หลักศิลาและเสมาหินซึ่งปักอยู่ตามทิศต่างๆ ที่เรียกกันว่า เสาอิทขีลซึ่งจะมีสัตว์ชื่อ อัสมุขี อัสมุขี แปลว่า อัสส = ยักษ์ มุข = หน้า สัตว์ที่รูปร่างเป็นม้ามีหน้าเป็นยักษ์

เมื่อราวกลางเดือนสิงหาคม 2518 เกิดฝนตกหนัก พายุพัดกรรโชกแรงติดต่อกันหลายวัน กระทั่งวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น. ฝนตกที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย ท่ามกลางพายุซึ่งทวีความรุนแรงแรงเพิ่มขึ้น ประกอบกับความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนม ทำให้พระธาตุล้มทลายลงมาทั้งองค์ ท่ามกลางความสลดใจแก่พุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวลาวอย่างมาก

อ่านต่อ  ชมบ้าน ไก่ มีสุข และลูกสาวที่น่ารัก

มีข้อสันนิษฐานสาเหตุของการพังทลายของพระธาตุน่าจะมาจากการบูรณะพระธาตุในครั้งสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีการต่อเติมยอดให้สูงขึ้น แต่ไม่มีการเสริมส่วนฐาน และเจาะรูระบายอากาศรอบด้านในส่วนยอด

เมื่อฝนตกทำให้น้ำไหลเข้าในรูแต่ไม่มีทางระบายน้ำออก องค์พระธาตุจึงกลายสภาพเป็นที่เก็บน้ำที่ค่อยๆ ซึมชุ่มอิฐภายในจนเปื่อยยุ่ย เมื่อเกิดแผ่นดินไหวในเดือนมีนาคม 2518 ทำให้เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ขึ้นหลายจุด กระทั่งทานน้ำหนักไม่ไหว เมื่อฝนตกหนักและมีพายุพัดแรงจึงทำให้ทลายลงมา

อย่างไรก็ตามด้วยพลังแรงศรัทธาที่มีต่อองค์พระธาตุ พุทธศานิกชนได้กันร่วมบริจาคทุนทรัพย์ ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม โดยมีรัฐบาลไทยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง จนแล้วเสร็จ

ใน พ.ศ. 2522 มีลักษณะพระธาตุเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูง งดงามสง่าเหมือนองค์เดิม มีขนาดฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร และสูง 53.60 เมตร สูงเด่นเป็นศรีสง่าเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนครพนม จวบจนปัจจุบัน

.

.

.

.

ภาพ : Charles F. Keyes